ลำดับเหตุการณ์การชนและอัปบางของเรือตอนที่ 2

เวลา 01.00 น. ผู้โดยสารส่วนใหญ่เริ่มเชื่อว่าเรือกำลังจะจม ในขณะที่หัวเรือเริ่มจมน้ำจนมิดลำ พลุโดยสารถูกยิงขึ้นฟ้า เริ่มมีความวุ่ยวาย โดยเรือชูชีพถูกปล่อยแล้วจำนวน 2-3 ลำ

เวลา 01.15 น. น้ำท่วมหัวเรือจนมิดลำแล้ว เรือเริ่มเอียง พลุถูกยิงขึ้นฟ้ามากขึ้น จากการรายงานว่า เรือแคลิเฟอร์เนียเห็นแสงจากพลุแล้วแต่ไม่สามารถมาได้เนื่องจากถูกล้อมด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ผู้โดยสารเริ่มตื่นตระหนกมากขึ้น

เวลา 01.25 น. น้ำเข้าท่วมหัวเรือจนถึงส่วนของทางเดินดาดฟ้าชั้นแรก กัปตันสมิท ตะโกนเรียกเรือชูชีพลำที่ 5 ซึ่งถูกปล่อยไม่นานให้กลับมาเนื่องจากจุผู้โดยสารน้อยเกินไป ความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้นมากและเจ้าหน้าที่เริ่มใช้ปืนควบคุม ซึ่งเป็นช่วงที่นักดนตรีบรรเลิงเพลงเพื่อผ่อนคลายความเครียด

เวลา 01.40 น. น้ำเข้าท่วมบริเวณชั้น A ซึ่งระเบียงบนสุดของเรืออยู่สูงจากผิวน้ำเพียง 3 เมตรเท่านั้น แล้วเรือชูชีพถูกปล่อยจนหมด เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเรือสำรองและลำเลียงผู้คนที่เหลือให้มากที่สุด

เวลา 01.55 น. น้ำท่วมถึงระเบียงชั้นบนสุดเรือเอียงมากขึ้น ในขณะที่เรือทั้งหมดถูกปล่อยออกไปแล้ว ผู้โดยสารตกค้างจำนวน 1,500 ชีวิตต่างหนีไปทางท้ายเรือ

เวลา 02.05 น. น้ำท่วมมิดห้องบังคับการเรือแล้วท่วมถึงปล่องควันที่ 1 แรงดันของน้ำทำให้ปล่องควันเกิดหักโค่นลงมา ผู้โดยสารหนีไปอยู่ท้ายเรือมากขึ้นและเรือเริ่มเอียงมากขึ้น บางคนกระโดดลงน้ำเพื่อว่ายไปยังเรือชูชีพ แต่อุณหภูมิน้ำติดลบทำให้คนที่กระโดดลงเรือหนาวตายก่อน

เวลา 02.18 น. เรือเอียงทำมุมเกือบ 45 องศา และระบบไฟฟ้าในห้องเครื่องขัดข้องทำให้ไฟดับจากนั้นแรงอัดของน้ำทำให้เรือหักเป็นสองท่อนจนถึงกระดูกงู การหักนี้ทำส่วนหัวเรือดึงส่วนท้ายให้จมเร็วขึ้น

เวลา 02.20 น. ไททานิคจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ความลึกราว 4 กิโลเมตร ผู้โดยสารจำนวนมากลอยคออยู่ด้วยเสื้อชูชีพ แต่น้ำทะเลในขณะนั้นเย็นจัดจนติดลบ ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด 1,500 คน

เวลา 03.00 น. เรือชูชีพสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ลอยคอจากน้ำเย็นมาได้เพียง 13 คน จำนวนนี้เสียชีวิต 3 คน จากอาการตัวเย็นจัด